วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

PUNK

พั้งค์คือกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ไม่ถูกบีบรัดจกสภาพสังคมที่ตกต่ำในยุคปลาย 70 ในสมัยที่พลเมืองว่างงาน เศรษฐกิจย่ำแย่ คนหนุ่มสาวเหล่านี้รวมตัวกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน สร้างสังคมของตนเองขึ้นมาโดยเอาแนวคิดของลัทธิอนาธิปไตยมาใช้ในการดำเนินชีวิต สร้างแฟชั่นที่หลุดโลกเพิ่อเป็นการแยกตัวเองออกจากสังคม วิถีชีวิตพั้งค์ และอุดมการณ์
พั้งค์ได้นำแนวคิดของลัทธิอนาธิปไตย Anarchy หรือรูปตัวอักษร"A"อยู่ในวงกลมนั่นแหละ มาใช้ในการดำเนินชีวิต
แนวคิดอนาธิปไตยนี้เริ่มมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว แต่ได้ถูกนำมาสร้างให้เกิดแนวคิดใหม่ในช่วงปี 1880 โดยพรูดอง นักคิดชาวฝรั่งเศส (เพื่อนของคาล์ มากซ์ ผู้ก่อตั้งลัทธิมากซ์ซิสม์ หรือคอมมิวนิสม์นั่นเอง)
แนวคิดอนาธิปไตยก็คือ การปฎิเสธอำนาจรัฐทุกรูปแบบ รัฐเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายเพรามาจำกัดสิทธิความเป็นมนุษย์ อนาธิปไตยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในเหตุการณืหลายเหตุการณืเช่น สงครามในรัสเซีย 1917 สงครามกลางเมืองในสเปนเป็นต้น และแนวคิดอนาธิปไตยก็ได้รับการถ่ายทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
ในยุค 80 หลังจากพั้งค์อังกฤษอย่าง the ** pistols, the clash เสื่อความนิยมลง พั้งค์รุ่นใหม่ได้พั้ฒนาดนตรีให้หนักขึ้น สั้นขึ้น ไม่ยอมรับและปฎิเสธสังคมมากขึ้น จนเกิดเป็นแนวดนตรีพั้งค์ที่เรียกว่า Anarchist Punk, Oi!, Hardcore หรือเรียกรวมกันว่า UK82 ส่วนพั้งค์ในอเมริกายุค 80 ส่วนมากจะเป็นวงฮาร์ดคอร์ เมื่อวงพั้งค์รุ่นใหม่ได้สร้างดนตรีที่รับมาจากรุ่นก่อนและเริ่มขยายออกไปในวงกว้าง สวีเดน, ฟินแลนด์ และญี่ปุ่น รับเอาอิทธิพลของพั้งค์อังฤษได้และปรับไปเป็นซาวนด์ของตัวเอง ดนตรีฮาร์ดคอร์ พั้งค์ที่รุนแรงกว่าอิทธิพล นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมพั้งค์ที่ชอบฟังเพลงหนักๆนั้นถึงนิยมฟังเพลงจาก สวีเดน, ฟินแลนด์และญี่ปุ่น หรือที่รู้จักในชื่อ Swedish, Finish, Japancore

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

EMILY


ประวัติ Emily
Emily ปรากฎตัวครั้งแรกในหนังสือที่มีชื่อว่า Emilys Book of Strange ที่จุดประกายให้กับ วงการเสื้อผ้า เครื่องประดับ ในระดับกว้างขวางไปทั่วโลก โดยถูกรู้จักกันในชื่อว่า Emily the Strange ร้านค้าเสื้อผ้าวัยรุ่นเท่ห์ๆ เก่ๆ ทั้งหลายทั่วโลกนั้น ต่างก็มีสินค้าของ Emily ขายกันทั้งนั้น ล่าสุด Emily เพิ่งไปเปิด Shop ของตัวเองที่ญี่ปุ่นมา สินค้าของ Emily ได้รับความนิยม ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะ Character ของ Emily แล้วก็พวกแมวๆ ทั้งสี่ตัวของเธอ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการ Design เลยทีเดียว เพราะ Character เหล่านี้กลายเป็นจุดขายและ ภาพลักษณ์ของสินค้าไปแล้ว ดังนั้นถ้าจะให้เข้าใจ Concept ใน การ Design สินค้าของ Emily the Strange เราก็น่าจะต้องเข้าใจใน Character ของตัว ละครต่างๆ ก่อน นอกจากนั้น ผมยังผนวกเอาบทสัมภาษณ์ของ Emily เอาไว้ให้อ่านดู เผื่อจะได้เข้าใจในตัว Emily กันมากขึ้น

Characters
Emily : เธอเป็นพวก Anti-Cool เธอไม่ตามใครทั้งนั้นนอกจากตัวเธอเอง และยังเป็นพวก Anti-Hero สำหรับขบวนการ Do It Yourself เธอเป็นคนแปลกๆ ซึ่งเธอเองก็รู้ตัว เธอไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับเธอ เธอไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงแค่เธอขึ้นอยู่กับสิ่งไม่ดีเท่านั้น ประโยคติดปากของเธอก็คือ Get Lost! (ไสหัวไปซะ!) เธอเป็นนักสร้างปัญหาที่เก่งที่สุดในโลก และนั่นเป็นสาเหตุที่พวกเรารักเธอ

Sabbath : เจ้า Sabbath เป็นเลือดใหม่ของกองกำลังติดอาวุธ New School มันเป็นแมว ตัวผู้ ที่ใช้ชีวิตอย่างมีกฎเกณฑ์เฉพาะตัว ไม่มองหาเรื่องยุ่งๆ มาใส่ชีวิต แต่มันก็จะเจอจน ได้ มันไม่ชอบการอยู่รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ตัวอื่น ชอบพูดติดปากว่า Dude เป็นประจำ - เจ้า Sabbath มีแผลเป็นจากการต่อสู้หนึ่งแห่งที่หูข้างขวา

Neechee : มันเป็นพวกสูญนิยม ที่ไม่เชื่อในสิ่งต่างๆ เอาซะเลย อาจหมายความรวมถึง การชอบทำลายล้างเสียด้วย Neechee เป็นแมวตัวผู้เช่นกัน มันชอบที่จะจ้องมองเข้าไป ในตาของเรา มันเป็นแมวจอมเจ้าเล่ห์ เป็นผู้วางแผนการต่อสู้เป็นประจำ มันรู้ดีที่สุดถึงเส้นทางใต้ดิน หรือแถวๆ หลังคาในละแวกที่มันอาศัยอยู่ ที่สำคัญ คือ รู้ทางหนีทีไล่รวม ทั้งที่หลบซ่อนตัวเป็นอย่างดี มันมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีนิ้วเท้า 6 นิ้ว มาตั้งแต่เกิด นั่นจึงทำให้มันเป็นแมวจอมขุดชั้นเลิศ ฉะนั้นมันสามารถจะผ่านแนวรั้วของคุณไปได้โดยง่าย
Mystery : ถือเป็นแมวอาวุโสของ Emily มันเป็นแมวเพศเมีย มักจะคอยเดินวนเวียนอยู่โดยไม่พูดไม่จา เป็นแมวหัวหน้ากลุ่มผนวกกับตำแหน่ง ผู้คุ้มครองปกป้อง มักจะต่อสู้ตะลุมบอนจนเลือดตกยางออก เจ้า Mystery สนิทสนมกับ Emily มากๆ แมวตัวอื่นชอบเรียกเธอว่าเป็นแมว Old School

Miles : มันเป็นแมวที่ว่องไวที่สุดในเมืองนี้ เป็นอัจฉริยะผู้มีความคิดสร้างสรรค์เป็นผู้สร้างความเป็นไปได้ มักจะเป็นแมวกองหลังในการต่อสู้ และเป็นแมวสื่อสาร คอยบอกแมวตัวอื่นว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่ไหนบ้าง มันน่ารักซื่อสัตย์และขี้เล่น ปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการณ์ได้ดี เราสามารถสื่อสารผ่านดวงตาหลากสีของมัน

EMO



อีโม (Emo) คือแนวดนตรีร็อกประเภทหนึ่งที่อธิบายถึงแนวเพลงหลายประเภทรวมกันที่มีการถกเถียงที่มาว่ามีที่มาจากแนวดนตรีแนวไหน ในช่วงกลางทศวรรษที่ 80 คำว่าอีโม เคยถูกอธิบายเป็นหนึ่งในแนวย่อยของฮาร์ดคอร์พังก์ ที่มีต้นกำเนิดในวอชิงตันดีซีในช่วงกลางทศวรรษที่ 80 คำว่าอีโมมีที่มาจากข้อเท็จจริงที่สมาชิกในวง บางครั้งจะใส่อารมณ์ (emotional) ในการแสดง สังเกตได้จากวงอีโมในยุคแรกๆอย่าง ไรตส์ ออฟ สปริง,เอ็มเบลซ และ วัน ลาสต์ วิช
คำว่า อีโม ย่อมาจาก Emotional Hardcore เน้นการแสดงสดที่เน้นถึงอารมณ์และความรู้สึก แต่แตกต่างจากฮาร์ดคอร์ เนื่องจาก เนื้อหาในสัดส่วนของอีโมร็อกนั้น เน้นสำรวจความรู้สึกภายในจิตใจของตัวเอง มากกว่าวนเวียนด่าถึงสิ่งที่อยู่รอบข้างตัวเอง โดยในช่วงทศวรรษที่ 90 มีวงอีโมเกิดขึ้นมาโดยเฉพาะจากย่านมิดเวสต์หลายวง ไม่ว่าจะเป็น เดอะ เก็ต อัพ และ จิมมี อีท เวิลด์ ที่ได้รับอิทธิพลมาแบบเต็มๆ จากวงรุ่นพี่อย่าง ฟูกาซิ
จนกระทั่งปลายทศวรรษที่ 90 วงอีโมหลายวงปิดตัวไป หรือ ก้าวเข้าสู่กระแสแนวเพลงหลัก วงใหม่ๆ ได้พัฒนาให้มีแนวสู่กระแสหลักมากขึ้น ผลคือคำว่าอีโม ในปัจจุบันมีความคลุมเครือที่จะอธิบายแนวดนตรีให้ชัดเจนได้

DEATH NOTE


เดธโน้ต (ญี่ปุ่น: デスノート Desu Nōto ทับศัพท์จาก Death Note ?) เป็นชื่อการ์ตูนญี่ปุ่นแนวลึกลับ แต่งเนื้อเรื่องโดยสึงุมิ โอบะ และวาดภาพโดยทาเคชิ โอบาตะ ในประเทศญี่ปุ่น เดธโน้ตลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ของสำนักพิมพ์ชูเอชะ และตีพิมพ์รวมเล่มออกจำหน่ายทั้งหมด 12 เล่ม ส่วนในประเทศไทยผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการตีพิมพ์คือ เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ โดยลงตีพิมพ์เป็นรายสัปดาห์ในนิตยสารบูมเดธโน้ตได้มีการนำมาทำเป็นภาพยนตร์ ซึ่งสร้างโดยวอร์เนอร์ บราเธอร์ส โดยแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือภาคแรก ในชื่อ สมุดโน้ตกระชากวิญญาณ และภาพที่สองในชื่อ อวสานสมุดมรณะ นอกจากนี้เดธโน้ตยังได้ถูกทำเป็นวิดีโอเกมของเครื่องนินเทนโดดีเอส ในชื่อ Death Note: Kira Game